วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 วีระศักดิ์ พลมณี และวัลลภา อารีรัตน์ (2562) การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่ 15 ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม–มิถุนายน 2562, หน้า 36 - 50

บทคัดย่อ

        การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาองค์ประกอบของการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 3) พัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ 4) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิธีดำเนินการใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนาเป็น 3 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1(R1) ศึกษาองค์ประกอบ และสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษาระยะที่ 2(D1) พัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา และระยะที่ 3(R2D2) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารเพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนในโรงเรียนนวัตกรรม และผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนในโรงเรียนที่นำรูปแบบไปใช้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในปีการศึกษา 2561 จำนวน 560 คน ความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ 0.976 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมิน


ความท้าทายในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมกับการศึกษายุค 4.0

จิรากร เฉลิมดิษฐ, นวรัตน์ วิทยาคม และณมน จีรังสุวรรณ (2561) ความท้าทายในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมกับการศึกษายุค 4.0. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนเมษายน - มิถุนายน 2561, หน้า 266 - 279

บทคัดย่อ 

            การศึกษายุค4.0เป็นการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองโดยสามารถศึกษาได้จากแหล่งข้อมูลหรือการเรียนรู้ในทุกรูปแบบ รวมทั้งสามารถพัฒนาและสร้างนวัตกรรมได้ ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีสื่อการเรียนรู้มากมายหลายแบบ สื่อเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality) เป็นเทคโนโลยีซึ่งผสมผสานระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือนโดยการใช้เทคนิคการซ่อนภาพสามมิติที่สร้างขึ้นให้ไปแสดงผลและสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ทันที ผ่านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เชื่อมต่อที่มีกล่อง เช่น เว็บแคม โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดยสื่อการเรียนรู้ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่สามารถนํามาใช้เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากรู้อยากเห็นและเรียนรู้สิ่งใหม่ สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองอยากเรียนแล้วนําความรู้ที่ได้มาพัฒนาและสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งทําให้การเรียนรู้มีความท้าทายและน่าสนใจ ปัจจุบันได้เริ่มมีการพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในด้านการศึกษาเพิ่มมากขึ้น บทความนี้ครอบคลุมแนวคิดและหลักการทํางานของเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม การศึกษายุค 4.0 แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมกับการนํามาใช้ในการศึกษายุค 4.0 




เปลี่ยนมุมมองใหม่เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร

ศิตา เยี่ยมขันติถาวร (2557) เปลี่ยนมุมมองใหม่เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร. วารสารปัญญาภิวัฒน์. ปีที่ 5 ฉบับพิเศษ ประจำเดือนพฤษภาคม 2557, หน้า 208 - 222

บทคัดย่อ

หลายต่อหลายครั้งที่ได้อ่านบทความเกี่ยวกับการพูดภาษาอังกฤษของคนไทย บทความเหล่านั้น มักชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของการพูดภาษาอังกฤษ ทั้งในเรื่องคำศัพท์ ไวยากรณ์และการออกเสียง ในขณะเดียวกันกับชื่นชมประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน อย่างสิงคโปร์ว่าเก่งจนเกิดความคิดว่าแทนที่จะเป็นแรงบรรดาลใจอาจจะเป็นการซ้ำเติมให้ท้อถอยหมดกำลังใจก็เป็นได้ บทความนี้จึงมุ่งเน้นถึงการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของคนไทย พร้อมทั้งยกตัวอย่างคนไทย ที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีเพื่อเป็นแบบอย่าง พีดีในการใช้ภาษา และการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อแข่งขันต่อสู้กับชาติอื่น เพื่อพิสูจน์ว่าภาษาอังกฤษของคนไทยก็ไม่ได้แพ้ชาติใดเช่นกัน รวมถึงยังมุ่งชี้ให้เห็นว่าแต่ละประเทศต่างมีภาษาอังกฤษที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ที่เราเรียกว่า ความหลากหลายของภาษาอังกฤษภาษาอังกฤษแบบสิงคโปร์ เป็นตัวอย่างของภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เพราะภายในประเทศมีการใช้ภาษาอังกฤษที่เป็นฉบับของตน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากภาษาพูด ที่ไม่ได้มาตรฐานแต่สามารถสื่อสารได้ ประเทศไทยเราก็มีแบบฉบับภาษาอังกฤษในรูปแบบไทยเช่นกัน แต่กลับกลายเป็นตัวกั้นขวาง ทำให้คนไทยไม่กล้าที่จะพูดออกไป ดังนั้นเราจึงควรให้กำลังใจคนไทย ให้กล้าที่จะพูดและมุ่งเน้นในเรื่องทักษะทางการสื่อสารเท่านั้น

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

กลวิธีการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมการฟัง พูดภาษาอังกฤษ ของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ในศตวรรษที่ 21

ศราธรณ์ หมั่นปรุ และสุภาวดี ในเสนา (2562) กลวิธีการสอนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมการฟัง พูดภาษาอังกฤษ ของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ ในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการเครือข่ายบณั ฑิตศึกษามหาวิทยาลยัราชภฏั ภาคเหนือ. ปี ที่ 9 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2562, หน้า 1-16

บทคัดย่อ 

      บทความนี้กล่าวถึงการสอนโดยนำกลวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมทักษะการฟัง พูดภาษาอังกฤษของผู้เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศในศตวรรษที่ 21กลวิธีการเรียนรู้ภาษา แบ่งเป็นกลวิธีทางตรงและกลวิธีทางอ้อม ซึ่งเป็นกลวิธีที่มุ่งเน้นบทบาทของผู้เรียนให้ได้ ฝึกทักษะการใช้ภาษาให้มากที่สุด ผู้สอนควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้และบรรยากาศในห้องเรียนที่ส่งเสริมทักษะ การฟัง พูดของผู้เรียน และใช้กลวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียน ได้แก่กลวิธีการจำ (memory strategies) กลวิธีการเรียนรู้ทางปัญญา (cognitive strategies) กลวิธีการควบคุมอารมณ์ความรู้สึก (affective strategies) และกลวิธีทางสังคม (social strategies) กลวิธีเหล่านี้ช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนรวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ด้วยตนเองร่วมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น แอปพลิเคชั่นในการเรียนภาษา สื่อออนไลน์ซึ่งช่วยขับเคลื่อนใหผู้เรียนเกิดความตื่นตัว (motivation) ในการเรียน

การพัฒนานวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา โดยใช้วิธีการสอนการเรียนรู้ภาษาแบบร่วมมือ

 การพัฒนานวัตกรรมการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา โดยใช้วิธีการสอนการเรียนรู้ภาษาแบบร่วมมือ

ปี : 2555

หมวด : รายงานการวิจัย

ผู้แต่ง : กาญจนา ชาตตระกูล 
ผู้แต่งร่วม : วนิดา อัญชลีวิทยกุล, ปิยธิดา สุกกระ, สรพล จิระสวัสดิ์, ขวัญสุดา ดีศิริ, อัจฉรา วงศ์โสธร

กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษา หลักสูตรไทย-อังกฤษ สังกัดกรุงเทพมหานคร

ชื่อเรื่อง : กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการโรงเรียนสองภาษา หลักสูตรไทย-อังกฤษ สังกัดกรุงเทพมหานคร

ปี : 2562

หมวด : วิทยานิพนธ์

ผู้แต่ง : โสภณา เศวตคชกุล

ผู้แต่งร่วม : สุวพร เซ็มเฮง


การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตามแนวยุทธศาสตร์การสอนภาษาแบบผสมผสานของมาร์ทัน

 

ชื่อวิทยานิพนธ์การพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตามแนวยุทธศาสตร์การสอนภาษาแบบผสมผสานของมาร์ทัน
THE DEVELOPMENT OF ENGLISH TEACHING MODEL FOR STUDENTSAT THE ELEMENTARY EDUCATION LEVEL ACCORDING TO MARTON'SECLECTIC LANGUAGE TEACHING STRATEGY
ชื่อนิสิตอรุณี สถิตย์ภาคีกุล
Arunee Satitpakeekul
ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษารศ ดร แรมสมร อยู่สถาพรผศ ดร ทวีวัฒน์ ปิตยานนท์
Asso.Prof.Dr.Ramsamorn YoosathapornAsst.Prof.Dr.Taweewat Pitayanont
ชื่อสถาบันจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
Chulalongkorn University. Bangkok (Thailand). Graduate School.
ระดับปริญญาและรายละเอียดสาขาวิชาวิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. ครุศาสตร์ (หลักสูตรและการสอน)
Master. Education (Curriculum and Instruction)
ปีที่จบการศึกษา2534
บทคัดย่อ(ไทย)การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการสอนภาษาอังกฤษสำหรับใช้สอนนักเรียนระดับประถมศึกษาตามแนวยุทธศาสตร์การสอนภาษาแบบผสมผสานของมาร์ทัน และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษ และคะแนนเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนที่ได้รับการสอนตามรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น กับการสอนตามแนวกิจกรรมที่เสนอแนะในคู่มือหนังสือ English Is Fun สำหรับครู บทที่ 1-4 วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 พัฒนารูปแบบการสอน ตอนที่ 2ทดลองใช้รูปแบบการสอน และ ตอนที่ 3 ปรับแก้ไขรูปแบบการสอน ผลการวิจัยปรากฏดังนี้ คือ (1) รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 8 อย่าง ได้แก่ หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหาและทักษะที่ต้องการสอน ยุทธศาสตร์การสอน กระบวนการสอน (ทบทวนความรู้เดิม รับสาร สร้างมโนทัศน์ ก่อให้เกิดทักษะ สรุปและวัดผล นำความรู้และทักษะไปใช้) วิธีสอน ขั้นตอนและกิจกรรมการสอน การวัดและประเมินผลรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่กำหนดให้ และส่วนที่ให้ครูได้เลือกนำวิธีและกิจกรรมการสอนมาใช้ให้เหมาะสมกับนักเรียน (2)ผลการนำรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ พบว่า รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ได้จริง ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มทดลองต่างจากกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05นอกจากนี้ ยังพบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
บทคัดย่อ(English)The purposes of this study were to develop anEnglish teaching model for students at the elementaryeducation level according to Marton's eclectic languageteaching strategy and to compare achievement scores ofEnglish subject and attitudes scores towards Englishlearning of the students taught by the developed modeland the instructional plans in the English Is Fun, Book3 teachers' manual, lesson 1-4. The research procedurewas : stage I : Model Development, stage II : ModelImplementation. stage III : Model Revision. The research results were as follow : (1) thedeveloped model consisted of 8 important components :rationale, objectives, contents and skills, teachingstrategy, teaching process (knowledge revision,knowledge reception, concept development, skillpractising, conclusion and evaluation, and knowledgetransferring) , teaching methods, teaching steps andactivities, and measurement and evaluation. Thedeveloped model was composed of 2 parts : thecompulsion and the alternative which the teachers couldpick up the most appropriate teaching method andactivities for their students. The difference betweenpretest and posttest achievement mean scores of theexperimental group was significantly different fromthat of the controlled group at the .05 level. Besides,it was found that the attitude towards English learningmean scores of the two groups were not significantlydifferent.
ภาษาที่ใช้เขียนวิทยานิพนธ์
จำนวนหน้าของวิทยานิพนธ์549 P.
ISBN974-581-589-6.
สถานที่จัดเก็บวิทยานิพนธ์
คำสำคัญENGLISH TEACHING MODELELEMENTARY EDUCATION LEVEL ECLECTICLANGUAGE TEACHING STRATEGY
วิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง

    QR CODE MS TEAM

     QR CODE :  MS TEAM  ของ นางสาวสุทธิรัตน์ คนใหญ่