วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

การศึกษาปัญหาและแนวทางการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียนในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา

 Title

การศึกษาปัญหาและแนวทางการบริหารงานวิชาการ ของโรงเรียนในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา
The Study of Problems and Guidelines in Academic Administration Mainstreaming Program for Special Needs Students in Primary School under The Primary Education Office in Nakhon Ratchasima

Classification :.DDC: 371.9
Abstract: การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางในการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา ตามกรอบงานการบริหารงานวิชาการ ของสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วยงานหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ งานการเรียนการสอน งานวัสดุประกอบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน งานนิเทศภายใน งานวัดผลและประเมินผล งานห้องสมุด งานอบรมทางวิชาการ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาในขั้นตอนการศึกษาปัญหา ใช้ประชากรทั้งหมดเป็น กลุ่มตัวอย่าง ผู้ให้ข้อมูลได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 182 คน หัวหน้าฝ่ายวิชาการ จำนวน 182 คน ครูปฏิบัติการสอน จำนวน 182 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่า ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในขั้นตอนการศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการ ใช้การจัดสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ โรงเรียนในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วมกับเด็กปกติ จำนวน 18 โรงเรียน ได้มาจากการเลือกแบบมีจุดมุ่งหมาย จำนวนร้อยละ 10 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียน จำนวน 18 คน หัวหน้าฝ่ายวิชาการ จำนวน 18 คน ครูปฏิบัติการสอน จำนวน 18 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและนำเสนอเป็นแนวทางการบริหารงานวิชาการ ผลการศึกษาพบว่า 1. ปัญหาการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนในโครงการเด็กพิเศษเรียนร่วมกับ เด็กปกติ สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมา มีปัญหาอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยระดับปัญหามากที่สุด คือ งานวัสดุประกอบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน รองลงมาคือ งานห้องสมุด และ งานหลักสูตรและการ นำหลักสูตรไปใช้ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยระดับปัญหาน้อยที่สุดคือ งานจัดการเรียนการสอน 2. แนวทางในการบริหารงานวิชาการในแต่ละด้าน ได้แก่ 2.1 งานหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ควรมีการวางแผน ตรวจสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้หลักสูตรนั้นมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ 2.2 งานการจัดการเรียนการสอน ควรมีการวางแผน และสร้างความตระหนัก ความเข้าใจในผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ควรมีการจัดทำแผนการสอนรายบุคคล และการจัดทำโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตลอดจนควรจะต้องมีการจัดทำ คู่มือครูในงานวิชาการ 2.3 งานประกอบหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน ควรมีการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดการศึกษา การศึกษาการใช้สื่อแต่ละประเภท ให้เหมาะสมกับผู้เรียน และควรร่วมมือกันในการผลิตสื่อขึ้นใช้เองภายในโรงเรียน ตลอดจนมีการประเมินผลการใช้และปรับปรุงให้มีความทันสมัยเหมาะกับการใช้งาน 2.4 งานนิเทศภายใน ควรมีการวางแผนและจัดระบบนิเทศภายในอย่างเป็น ลายลักษณ์อักษร มีการนิเทศอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงาน 2.5 งานวัดผลและประเมินผล ควรมีการวางแผนร่วมกันเกี่ยวกับเกณฑ์ เครื่องมือ ระยะเวลาในการวัดผลและประเมินผล และควรมีการปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับเด็กที่มี ความต้องการพิเศษแต่ละประเภท 2.6 งานห้องสมุด ควรมีการวางแผนการใช้ และปรับปรุงห้องสมุด ประสานกับแหล่งเรียนรู้เพื่อขอเอกสาร สิ่งพิมพ์ วารสารต่าง ๆ เพื่อใช้ในห้องสมุด ตลอดจนควรจัดให้มีบรรณารักษ์เพื่อให้บริการประจำห้องสมุด 2.7 งานอบรมทางวิชาการ ควรมีการวางแผนและกำหนดแนวทางในการพัฒนาบุคลากรเป็นนโยบายของโรงเรียน ควรจัดให้มีการศึกษาดูงานการจัดการเรียนร่วมในโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จในการจัดการเรียนร่วม The purpose of this research was to study problems and guidelines in academic administration mainstreaming program for special needs students in primary school under the office of Provincial Primary Education in Nakhon Ratchasima according to the working frame of academic administration under the office of National Primary Education consisting of the curriculum and how to use it , learning and teaching , materials and media for learning and teaching , intra – supervision , evaluation and assessment , library task and academic training The population used in the stage of studying problems were 182 administrators 182 Head of Academic Department and 182 teachers. Evidence was gathered using questionnaire. percentage , means , standard deviation were used in analysing the data. For the stage of studying guidelines in academic administration used 18 mainstreaming program for special needs students in primary schools as a group sampling which were selected by purposes for 10 percent consisting of 18 administrators , 18 Head of Academic Department and 18 teachers. Data were gathered single group discussion , issue analysing and presenting in the form of guidelines in academic administration. The results appeared as the following :- 1. Problems on academic administration mainstreaming program for special needs students in primary school under the Primary Education Office in Nakhon Ratchasima were carried out at moderate level. Considering on each aspects , it was found that problems on materials and media for learning and teaching appeared to be having the most problems and problems on library task including problems on curriculum and hoe to use it appeared to be having less problems. For the problems on managing learning and teaching appeared to be having the least problems. 2. Guidelines in academic administration on each aspects such as : 2.1 Curriculum and how to use it : should plan , examine , assess and improve it so that it becomes appropriateness and efficiency. 2.2 Learning and teaching : should plan and create recognition and understanding for everyone concerned , set the individual lesson plan and other projects to help the special needs students , including to prepare academical handbooks for teachers. 2.3 Materials and media for learning and teaching : should plan together among educational personnel who concern , study how to use each types of materials and media to be suitable with the students and collaborate to produce the media to use within the school including assess the results of utilization and improve them to be updated and suitable for operation. 2.4 Intra – supervision : should plan and set the intra-supervision system written in words , supervise regularly in order to increase morale to the practitioners. 2.5 Evaluation and assessment : should plan together about the criteria , instruments and the period of time for evaluation and assessment , improve them to be suitable for each kinds of special needs students. 2.6 Library tasks : should plan how to use and improve the library , contact with learning resources to request for some documents, publications and other journals to use in the library including should set regular librarians to serve in the library. 2.7 Academic training : should plan and quote guidelines to develop the personnels into the schools’ policy , manage to have trips for teachers’ visual education to see the schools which have been successful in managing the mainstreaming program.
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
Email: library@nrru.ac.th
Role: ประธานกรรมการ
Role: กรรมการ
Role: กรรมการ
Created: 2546
Modified: 2019-07-30
Issued: 2548-08-06
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
ISBN: 9743162178
CallNumber: 371.9
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

คุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี

 Title

คุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี
TRAITS OF SECONDARY SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER THE JURISDICTION OF THE DEPARTMENT OF GENERAL EDUCATION IN KANCHANABURI PROVINCE ACCORDING TO EDUCATIONAL QUALITY ASSURANCE STANDARD

Organization : โรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ จ.กาญจนบุรี
ThaSH: 
Classification :.DDC: 370.2
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี เปรียบเทียบคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีขนาดต่างกัน และนำเสนอคุณลักษณะของผู้บริหารที่เอื้อต่อการประกันคุณภาพการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ผู้บริหาร หัวหน้างานประกันคุณภาพการศึกษา หัวหน้าหมวดวิชาสามัญ และครูผู้สอน รวมทั้งสิ้น 289 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ เกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา ได้แก่มาตรฐานที่ 19 ผู้บริหารมีคุณธรรม จริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดี และมาตรฐานที่ 20 ผู้บริหารมีภาวะผู้นำ และมีความสามารถในการบริหารจัดการ จำนวน 50 ข้อ ค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ของแบบสอบถามทั้งฉบับรวมเท่ากับ 0.9706 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ค่าความถี่ (frequencies) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และวิเคราะห์ความแปรปรวนโดยใช้ F- Test และทดสอบความแตกต่างเป็นรายคู่โดยวิธีการของ เชฟเฟ่ (Scheffe’s test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. ระดับคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ในระดับมาก ทั้งในภาพรวม เป็นรายมาตรฐาน รายตัวบ่งชี้ และจำแนกตามขนาดของโรงเรียน 2. ระดับคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษา ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีขนาดต่างกัน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทั้ง 2 มาตรฐาน ผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็ก และผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ มีระดับคุณลักษณะของผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาเฉลี่ยสูงกว่าผู้บริหารโรงเรียนขนาดกลาง 3. ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้บริหารโรงเรียนที่เอื้อต่อการประกันคุณภาพ การศึกษา ที่มีความถี่สูง 3 อันดับแรก ได้แก่ ผู้บริหารควรมีวิสัยทัศน์กว้างไกล เข้าถึงชุมชนมีส่วนร่วมในงานของชุมชน และมีความรู้ในงานวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กาญจนบุรี
Email: tdc@kru.ac.th
Role: ประธานกรรมการที่ปรึกษา
Role: กรรมการที่ปรึกษา
Created: 2545
Issued: 2548-09-30
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
ISBN: 9747540452
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี
RightsAccess:

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานรัฐบาล

 Title

ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานรัฐบาล
Factors that lead CIO toward individual's effectiveness in the government sectors

Abstract: การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต้องปรับตัวเพื่อให้ทันการเปลี่ยนแปลงโดยมีการนำเทคโนโลยีมาพัฒนางานและบริการให้มีประสิทธิภาพ ในส่วนของภาครัฐนั้นได้มีการผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐพัฒนาระบบงานเข้าสู่ “e-Government” ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิรูประบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นการบริหาร การบริการ และกระบวนงานของรัฐ โดย e-Government ผ่านทางผู้นำทางด้านไอที และผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานรัฐบาล (Government Chief Information Officers-GCIOs) จึงเกิดประเด็นคำถามที่นำมาสู่การวิจัยในครั้งนี้ว่า “ปัจจัยใดมีความสัมพันธ์กับความสามารถในการทำงานของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานรัฐบาล และ ความสามารถของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศในหน่วยงานรัฐบาลมีความสัมพันธ์กับประสิทธิผลในการทำงานในหน่วยงานรัฐบาลหรือไม่” ด้วยการรวบรวมข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในระดับหัวหน้าและรองหัวหน้างาน สังกัดส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า จาก 20 กระทรวง รวมจำนวน 161 จำนวน 240 คน พบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการทำงานของผู้บริหารระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาจากความสามารถของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ และปัจจัยความสามารถของผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับปัจจัยความรู้ทางธุรกิจเชิงกลยุทธ์ ความรู้ทางไอทีเชิงกลยุทธ์ การอ่านสถานการณ์ ทักษะด้านการสื่อสารกับผู้อื่น ความผูกพันกับผู้บริหารระดับสูง ความชัดเจนในบทบาทหน้าที่ของงาน และสภาพแวดล้อมการทำงานในองค์การอย่างมีนัยสำคัญ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: preserv@tu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2559
Modified: 2564-07-14
Issued: 2564-07-14
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
RightsAccess:

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2565

การใช้โปรแกรมงานทะเบียน-วัดผล SGS


 

นักศึกษาปริญญาโท บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยธนบุรี รุ่นที่ 8 กลุ่มที่ 2 (M.Ed8/2) พ.ศ. 2564

นักศึกษาปริญญาโท บริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยธนบุรี   รุ่นที่ 8 กลุ่มที่ 2   (M.Ed8/2)

 Blogger  นักศึกษาปริญญาโท บริหารการศึกษา ม.ธนบุรี รุ่นที่ 8/2

 https://thanphunza007.blogspot.com

https://suchinda2534.blogspot.com

https://putchanok-ink.blogspot.com

https://rungtiwalaoun2535.blogspot.com

https://suttirutmed82.blogspot.com

https://jitapa-arthawong.blogspot.com

https://pathrapee123.blogspot.com

https://kittiwinsam1982.blogspot.com

https://janyaporn2022.blogspot.com

https://iampattira.blogspot.com

https://kamontip-muk.blogspot.com

https://chanpen1106.blogspot.com

https://karanw05.blogspot.com

https://aritut.blogspot.com

https://amnart0202.blogspot.com

https://jintana88.blogspot.com

https://pramoth47032.blogspot.com

https://urairathantongchai.blogspot.com

https://papasson0509.blogspot.com

https://apinya2515.blogspot.com

https://sasimabluemoon.blogspot.com

https://panyarat21.blogspot.com

https://anuchit542537.blogspot.com

https://waranya2903.blogspot.com

https://nittaya2513.blogspot.com

https://yuinusara.blogspot.com

https://natchaya123455.blogspot.com

https://sikharin1112.blogspot.com




รูปส่วนตัว




ผลงานวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยี ป.โท รุ่น 8 ห้อง2

 







QR CODE MS TEAM

 QR CODE :  MS TEAM  ของ นางสาวสุทธิรัตน์ คนใหญ่